การจัดตั้งการประปาส่วนภูมิภาคเป็นรัฐวิสาหกิจ
การจัดหาน้ำสะอาดในรูปแบบของน้ำประปาสำหรับประชาชนใช้อุปโภคบริโภค แต่เดิมมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินงาน 2 หน่วยงาน คือ – กองประปาภูมิภาค กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบในการดำเนินการ ก่อสร้างระบบประปา และดูแลระบบการผลิตจำหน่ายน้ำประปาในเขตเมืองหรือใน ชุมนุมชน ที่มีจำนวนประชากรตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป ซึ่งมีการประปาในความดูแลรับผิดชอบ ก่อนมีการจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจ จำนวน 185 การประปา - กองประปาชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ดำเนินการ และรับผิดชอบการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน หรือการประปาขนาดเล็ก ในชุมชนที่มีจำนวนประชากรไม่เกิน 5,000 คน โดยร่วมกับท้องถิ่นและเมื่อก่อสร้างระบบประปาแล้วเสร็จ ก็มอบให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งได้แก่สุขาภิบาล หรือ หมู่บ้านเป็นผู้บำรุงรักษาดูแลต่อไป ซึ่งมีอยู่จำนวน 550 แห่ง ก่อนที่จะมีการจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาความต้องการน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภค ขยายตัวเพิ่มความต้องการมากขึ้น การผลิต จำหน่ายของกองประปาภูมิภาค กรมโยธาธิการมีข้อจำกัดในด้านระเบียบราชการ ทำให้การดำเนินงานไม่คล่องตัว และไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นหน่วยงานธุรกิจทั่วไป ในสมัยรัฐบาล พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้มอบให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ศึกษาวิธีการจัดรูปแบบการบริหารประปาในส่วนภูมิภาค ให้มีความคล่องตัวใน การให้บริการคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีมติเมื่อ วันที่ 9 พ.ค. 2521 ให้มีการปรับรูปแบบการดำเนินกิจการประปาของกองประปาส่วนภูมิภาคกรมโยธาธิการ ให้เป็นรูปแบบการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจตามข้อเสนอของสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งการประปาส่วนภูมิภาคขึ้น มีนายจำรูญ ปิยัมปุตระ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นประธานดำเนินการจัดตั้งและตราเป็น พรบ. การประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2522 และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2522 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป โดยโอนกิจการประปาตลอดจนข้าราชการและลูกจ้างของกองประปาส่วนภูมิภาค กรมโยธาธิการ และกองประปาชนบท กรมอนามัย มาเป็นลูกจ้างและพนักงานของการประปาส่วนภูมิภาค
ประวัติความเป็นมาการประปาส่วนภูมิภาคเขต 10
ในปี พ.ศ. 2522 การประปาส่วนภูมิภาค ได้แบ่งเขตรับผิดชอบออกเป็น 11 เขต ได้แก่
- สำนักงานประปาเขต 1 ชลบุรี
- สำนักงานประปาเขต 2 สระบุรี
- สำนักงานประปาเขต 3 ราชบุรี
- สำนักงานประปาเขต 4 สุราษฏร์ธานี
- สำนักงานประปาเขต 5 สงขลา
- สำนักงานประปาเขต 6 ขอนแก่น
- สำนักงานประปาเขต 7 อุดรธานี
- สำนักงานประปาเขต 8 อุบลราชธานี
- สำนักงานประปาเขต 9 เชียงใหม่
- สำนักงานประปาเขต 10 พิษณุโลก
- สำนักงานประปาเขต 11 นครสวรรค์
ปี พ.ศ. 2522 สำนักงานประปาเขต 11 นครสวรรค์ มีนายนคร เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประปาเขต 11 รับผิดชอบเขตพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี, กำแพงเพชร, ชัยนาท และพิจิตร ซึ่งในช่วงนั้นยังไม่มีอาคารของสำนักงานเขต ใช้อาคารร่วมกับสำนักงานประปาชัยนาท สังกัดสำนักงานประปาเขต 2 สระบุรี
ปี พ.ศ. 2526 เริ่มก่อสร้างอาคารชั้นเดียว (ที่อยู่ ณ ปัจจุบัน) บนเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน โดยเช่าที่ดินราชพัสดุ ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของกรมธนารักษ์
ปี พ.ศ. 2528 สำนักงานก่อสร้างแล้วเสร็จ สำนักงานประปาเขต 11 นครสวรรค์ จึงย้ายสถานที่ออกจากสำนักงานประปาชัยนาท มาอยู่ที่อาคารชั้นเดียวที่ก่อสร้างใหม่ และในปีเดียวกันนั้นมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างยกเลิกสำนักงานประปาเขต 10 พิษณุโลก และเปลี่ยนชื่อสำนักงานประปาเขต 11 เป็น สำนักงานประปาเขต 10 นครสวรรค์แทน มีพนักงานเขตประมาณ 60 คน โดยมีนายอรุณ ไทยเจริญ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประปาเขต 10 นครสวรรค์ รับผิดชอบเขตพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี, ตาก, กำแพงเพชร, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์ มีโครงสร้างบริหารงานจำนวน 4 กอง ได้แก่ กองวิชาการ, กองปฏิบัติการ, กองน้ำสูญเสีย และกองบริหาร
ปี พ.ศ. 2545 การประปาส่วนภูมิภาคได้แบ่งเขตพื้นที่ใหม่ และได้รับโอนการประปาสาขาชัยนาทมาขึ้นกับสำนักงานประปาเขต 10 นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2545 รวมเขตพื้นที่รับผิดชอบเป็น 10 จังหวัดได้แก่จังหวัดนครสวรรค์, ชัยนาท, อุทัยธานี, ตาก, กำแพงเพชร, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, และเพชรบูรณ์
ปี พ.ศ. 2552 การประปาส่วนภูมิภาค ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อจากสำนักงานประปาเขต 10 นครสวรรค์ เป็นการประปาส่วนภูมิภาคเขต 10 และสำนักงานประปาในสังกัดทั้ง 26 แห่ง จากสำนักงานประปาสาขา เป็นการประปาส่วนภูมิภาคสาขา
ทำเนียบผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาคเขต 10
| ลำดับที่ | ชื่อ - สกุล | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง | หมายเหตุ |
| 1 | นายอรุณ ไทยเจริญ | 2527 - 2529 | |
| 2 | นายกมล ชเยนทร์ | 2529 - 2530 | |
| 3 | นายธรรมนูญ ศุขไพบูลย์ | 2530 - 2538 | |
| 4 | นายสุพจน์ กฤตยารัตน์ | 2538 -2540 | |
| 5 | นายปรีชา ประพฤติธรรม | 2540 - 2542 | |
| 6 | นายกฤษณ์ สินธุรัตน์ | 2542 - 2544 | |
| 7 | นายสุวัฒน์ วิสสุรักษ์ | 2544 - 2546 | |
| 8 | นายทินกร ด่านพงศ์สุวรรณ | 2546 - 2548 | |
| 9 | นายชุมพล โชคพงษ์อุดมชัย | 2548 - 2550 | |
| 10 | นายสมชัย บุญสม | 2550 - 2552 | |
| 11 | นายณรงค์ วงษ์พยัคฆ์ | 2552 - 2553 | |
| 12 | นายชุมพล โชคพงษ์อุดมชัย | 2553 - 2554 | |
| 13 | นายณรงค์ วงษ์พยัคฆ์ | 2554 - 2556 | |
| 14 | นายกิติเทพ เลขะวิพัฒน์ | 2557 - 2560 | |
| 15 | นายประกอบ พิทยาภรณ์ (ผอ.กปภ.ข.2 รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กปภ.ข.10) | 2560 - 2561 | |
| 16 | นายจำเนียร เมืองจันทร์ | ต.ค.2561 – ก.ย.2564 | |
| 17 | นายประเสริฐ เหลืองศิริมงคล | ต.ค.2564 – ก.พ.2567 | |
| 18 | นายพิชัย ดิษาภิรมย์ | มี.ค.2567 – ก.ย.2568 | |
| 19 | นายธนกร ศิลปะรายะ (ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) รักษาการแทนผอ.กปภ.ข.10) | ต.ค.2568 – พ.ย. 2568 | |
| 20 | นายสุธี มาลีศรี | ธ.ค.2568 – ปัจจุบัน |